Entry 3: Expecto Patronum...m

posted on 03 Oct 2009 05:30 by altenter in Book, Movie

 

 

 

 

สวัสดี เสือรัตน์

 

ก่อนอื่นคงต้องแก้กันนิดหน่อยว่า เรา "ผูกพัน" แต่อย่า "ผูกพันธ์" เพราะถ้าเติมสระอุเข้าไปอีก อันนี้เกย์แน่ ๆ ลำพังแค่ "ธ์" ก็กึ่งยิงกึ่งผ่าน ออกไปในทางผสมพันธุ์ ฟังแล้วขนลุก โอเค เอาเป็นว่า "ผูกพัน" ละกัน

 

เมื่อวันก่อนผมนั่งนึกไปถึงเรื่องวัยเด็ก นึกไปถึง กัปตันซึบาสะ เกมแฟมมิคอม ปั่นจักรยานใต้ทางด่วน จับตั๊กแตนที่สนามบอล แต่แล้วความคิดสุดท้ายมาจบลงที่ Harry Potter ซะอย่างนั้น ทั้งที่เรื่องราวของนาย Harry ไม่ใช่หนังสือในวัยเด็กของผม กว่านาย Harry จะเกิดขึ้นบนโลกนี้ ผมก็เรียนอยู่มหาวิทยาลัยแล้ว

 

หากพูดถึงหนัง ละคร ที่มีต่อกันเป็นชุด หนึ่งในคำถามยอดฮิตคือ “ชอบภาคไหนที่สุด” สำหรับผมแล้ว คำตอบคือภาคสาม Prisoner of Azkaban

 

แน่นอนว่า Harry Potter ทุกภาคนั้นสนุกและทำให้ผมลืมเวล่ำเวลา แต่นอกเหนือไปจากความสนุกแล้วผมยังมีเหตุผลอื่นประกอบความเป็น “ที่สุด” ให้สำหรับภาคนี้

 

พูดถึงเหตุผลของความเป็นที่สุด ทุกคนอาจเคยได้ forwarded email ที่ว่า ชายคนหนึ่งคบผู้หญิงอยู่สามคน และเค้าพยายามหาวิธีว่า เธอคนไหนที่เค้าควรแต่งงานด้วย เค้าเลยตั้งคำถามขึ้นมาว่า “ถ้ามีเงินล้านบาท เธอจะเอาไปทำอะไร” คนแรกตอบว่า เธอจะเอาไป modify ตัวเองเพื่อให้คนอื่นอิจฉาเวลาเค้าได้เธอเป็นคู่ครอง คนที่สองบอกจะเอาไปลงทุนเพื่ออนาคตชีวิตคู่ คนที่สามบอกจะเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ทุกคนล้วนให้เหตุผลที่ดี ถึงเวลาตัดสินใจ ......ชายคนนี้เลือกผู้หญิงคนที่..........หน้าอกใหญ่ที่สุด

 

เหตุผลเบื้องหลังคงไม่ต้องบอกว่าเพราะอะไร...ใช่ไหม

 

เห็นไหมครับว่าการจะเลือกอะไรที่เป็น “ที่สุด” มันน่าจะมีอะไรบางอย่างให้ค้นหา มีอะไรบางอย่างให้ตัวเลือกนั้นเด่นออกมา ส่วนว่าเหตุผลจะมีสาระหรือไม่ นั่นเป็นอีกเรื่องนึง

 

กลับมาที่ Harry Potter ของผมดีกว่า แน่นอนว่าผมไม่ได้เลือกตอนนี้เพราะ เฮอไมโอนี่ หน้าอกใหญ่ที่สุดนะครับ แต่ผมว่า เนื้อเรื่องใน Prisoner of Azkaban มีศิลปะ มีความงามแฝงอยู่ในการเล่าเรื่องที่ผสมกับความโดดเด่นในแง่ของวรรณกรรม เยาวชนได้อย่างลงตัว

 

อย่างที่เราพอจะรู้ว่าผู้แต่ง J.K. Rowling วางบุคลิกของ Harry ให้เป็นเด็กกำพร้าที่ค่อนข้างขาดความอบอุ่น เนื่องจากเติบโตขึ้นบนความรังเกียจเดียจฉันท์ในครอบครัวเดอซ์ลี่ เข้าตำราเด็กมีปัญหาว่างั้น แม้ว่า Harry จะจำพ่อแม่ของเค้าได้แค่ลางเลือน แต่ตัวเค้าก็เทิดทูน และโหยหาพ่อแม่อย่างสุดหัวใจ เห็นได้จากการที่ ลุง ป้า หรือ มัลฟอย (คู่อริ Harry) พูดจากดูถูกพ่อแม่ของเค้า Harry จะโกรธควันออกหูทุกครั้ง

 

ยังไม่ต้องพูดถึงเนื่อเรื่องภาค แรก ครั้งที่กระจกแห่งแอริเซดสะท้อนความต้องการในห้วงลึงของ Harry ออกมาเป็น พ่อ แม่ และตัวเค้า อยู่พร้อมหน้ากันอย่างอบอุ่น ซึ่งนั่นไม่มีวันเกิดขึ้นจริง

 

ตัวแสดงสำคัญของภาคสามที่ ขาดไม่ได้คือ ผู้คุมวิญญาณ ที่จะดูดกินความสุขจากเหยื่อจนถึงแก่ชีวติ วิธีจะปราบผู้คุมวิญญาณก็คือ ต้องเสกคาถาผู้พิทักษ์ แต่วิธีจะเสกคาถานี้ ผู้เสกจำเป็นต้องนึกถึงเรื่องที่มีความสุขที่สุดให้ได้ หรือต้องขับดันความสุขแบบ “ที่สุด” ออกมาให้ได้ ตามท้องเรื่อง Harry เรียกว่าแพ้ทาง เพราะชีวิต Harry นั้นขาดความรักความอบอุ่นมาแต่เด็ก Harry จึงเสกได้แค่ลำแสงอ่อน ๆ ที่ไม่เป็นรูปเป็นร่าง

 

ส่วนที่ผมอยากพูดถึงคือตอนท้ายเรื่อง หลังจากเหตุการณ์ชุลมุล Harry ตามไปช่วย Sirius Black ที่ริมบึง พอรู้ตัวอีกที Harry ก็โดนห้อมล้อมด้วยฝูงผู้คุมวิญญาณ ถ้าสู้กันแบบตัวต่อตัว Harry พอเอาตัวรอดได้ แต่ไม่ใช่ในสถานการณ์รุมกินโต๊ะแบบนี้ ก่อนที่ Harry จะหมดสติและเจียนอยู่เจียนไปนั้น เขาเห็น ผู้พิทักษ์ในรูปกวางขาววิ่งข้ามบึงมาขับไล่ฝูงผู้คุมวิญญาณ และช่วยชีวิตเค้าไว้ ก่อนหมดสติ Harry คิดว่าผู้ที่เสกผู้พิทักษ์มาช่วยชีวิตเค้าไว้ คือพ่อของเขาที่ตายไปแล้ว แล้วเค้าก็สลบไป

 

เนื้อเรื่องต่อจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง Harry ต้องเดินทางย้อนเวลากลับมาเพื่อนช่วยปล่อย Sirius จากการถูกคุมขัง และเมื่อโอกาสอำนวย Harry ก็ไปซุ่มรออยู่อีกฟากนึงของบึง โดยหวังว่าเมื่อเวลาเดินไปถึงตอนที่เค้าโดนรุมทำร้ายโดยฝูงผู้คุมวิญญาณ เค้าจะได้เจอพ่อของเขา สำหรับผม เนื้องเรื่องตอนนี้นับเป็น climax เมื่อนาทีนั้นมาถึง Harry เห็นตัวเค้าเองโดนรุมทำร้าย เวลาค่อย ๆ ผ่านไป ๆ พ่อเค้าก็ไม่ออกมา ทันใดนั้นเอง Harry เหมือนได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง เค้าจึงวิ่งออกไปเสกคาถาซะเอง “Expecto Patronum…m” สิ้นเสียงร่ายมนต์กึกก้อง กวางขาวโจนทะยานออกจากปลายไม้กายสิทธิ์ วิ่งข้ามบึงไปขับไล่ฝูงผู้คุมวิญญาณ พระเจ้า! มันคือกวางขาวตัวเดียวกัน

 

สำหรับผมแล้ว แม้ผู้แต่งจะไม่ได้บอกออกมาเป็นคำพูดตรง ๆ แต่ผมรู้สึกว่าเค้ากำลังเล่นกับสัญลักษณ์ของ "ความทุกข์" และ "ความสุข" โดยให้ผู้คุมวิญญาณเป็นตัวแทนของความทุกข์ ส่วนผู้พิทักษ์เป็นผลผลิตของความสุข ตัว Harry นั้น จากเนื้อเรื่องก็คงเป็นสัญลักษณ์ของเด็กที่มีความทุกข์ที่สุด วินาทีที่ Harry วิ่งออกไปเสกคาถาผู้พิทักษ์ หรือคาถาแห่งความสุข มันก็เหมือนสัญลักณ์ของการ "ก้าวพ้น" ห้วงแห่งความทุกข์ออกไปยอมรับความจริงที่ว่า พ่อเค้าไม่ได้อยู่ตรงนั้น ที่ตรงนั้นมีเพียงตัวเค้าเอง และนั่นไม่ใช่อุปสรรคของการมีความสุข ส่วนผู้พิทักษ์ที่ทรงอานุภาพขนาดสลายฝูงคุมวิญญาณ หรือ "กองทุกข์" จนหมดสิ้นนั้น ก็ไม่ใช่อะไรอื่น หากแต่เป็นเสมือนสิ่งยืนยันว่าการยอมรับความจริงนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ท่าทีหรือคำพูดแก้ต่าง


พอจะพูดได้หรือไม่ ว่า หนึ่งในทางดับทุกข์ที่แท้คือการรู้จักยอมรับอดีตที่ผิดพลาดผ่านพ้น และเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบัน

ผมเองไม่รู้หรอกว่า วรรณกรรมเยาวชนที่ดีมันควรจะเป็นแบบไหน แต่ถ้ามันสามารถช่วยให้เด็กมีภาวะภายในที่เติบโตอย่างเข้มแข็งได้ นั่นก็น่าจะเพียงพอสำหรับการเป็นวรรณกรรมเยาชนที่ดี ซึ่งในสายตาผม Prisoner of Azkaban ทำได้อย่างลงตัว และมีศิลปะในการถ่ายทอดที่งดงาม

 

ถึงตรงนี้เสือรัตน์อาจจะคิดว่าเมิงคิดมากไปป่าว อินเกินไปรึเปล่า ก็อาจจะใช่ จริง ๆ เจ.เค. เค้าแค่อาจจะอยากสอนเด็ก ๆ ถึงวิธีการรับมือกับคำด่าว่า "พ่อเมิงตาย" อย่างหน้าชื่นตาบานก็ได้ จิงมะ

 

สุดท้ายนี้ขอให้ผู้อ่านทุกคน Expecto Patronum ครับ

แมวเซาเอง

 

ปล. กัปตันซึบาสะมันชวนให้พวกเราดูแก๊ แก่ จริงๆ น่าจะหลอกคนอื่นว่าเราไม่รู้จักสึบาสะ รู้จักแต่ SHOOT ที่มีทานากะ โทชิฮิโกะ กะ ฮิรามาสึ คาซึฮิโร่ จะช่วยให้อายุลดลงได้นิดนึง

edit @ 13 Jul 2010 19:24:44 by ss-ck

Comment

Comment:

Tweet

เอ๋ก้อชอบภาคนี้ที่สุดนะ เล่มสามนี่เป็นเล่มที่เอ๋อ่านจบเร็วที่สุด จบภายในสี่ชั่วโมง!!!

#1 By เอ๋ (222.123.57.2) on 2010-06-29 08:16