สวัสดี เสือรัตน์

และแล้วเมื่อคืนทีมชาติอังกฤษที่เค้าว่ากันว่ามีประชากรแฟนบอลในประเทศไทยหนาแน่นที่สุดก็มีอันต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน หลังจากโดน อินทรีเหล็ก-ทีมชาติเยอรมัน ยำไปด้วยสกอร์ที่ต้องบอกว่าเละเทะ 4-1

พอมาเช้านี้ผมเข้าไปอ่านข่าวในเวบบอร์ด ซึ่งก็จะเห็น comment ในแนวที่คุ้นตา ประมาณว่า
"ถ้าลูกนั้นนับเป็นประตูตีเสมอ 2-2 นะ เกมครึ่งหลังไม่เป็นแบบนี้แน่นอน"
ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็จะบอกประมาณว่า
"แล้วเวลาที่เหลือของเกมทำไมทำอะไรเค้าไม่ได้เลยละครับ แถมโดนเบิ้ลอีก 2 ลูก"

 จริง ๆ แล้วไอ้ข้อถกเถียงแบบนี้มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้ยินได้ฟัง ตรงข้าม ผมว่า มันมีมาตั้งแต่ฟุตบอลนัดแรก ๆ ที่เราได้ดูในชีวิตด้วยซ้ำ แต่ก็นั่นแหละ ตั้งแต่วันแรกที่ดูบอลมาจนถึงวันนี้ น่าจะซัดไปต่ำ ๆ ก็ 20 ปี ประโยคว่า "ถ้าแบบนี้ ถ้าแบบโน้น" มันเคยหายไปไหนไหม ? คำตอบคือ ไม่ มันไม่เคยไปไหน

หลังจากเกมเมื่อคืนจบ หลังจากความผิดหวังที่ทีมรักโดนยำตกรอบแบบชีช่ำ ผมนอนเอาตีนก่ายหน้าผากแล้วก็คิดไปแบบที่แฟนบอลจะคิดแทนทีมรักได้ว่า "ถ้าลูกนั้น..." หลังจากความคิดเกี่ยวกับ "ถ้า"ต่าง ๆ จบลง ผมก็เริ่มคิดว่าเราได้อะไรบ้างนอกจากความสนุกในการดูบอล แล้วผมก็ได้ข้อสรุปอะไรบางอย่าง

ข้อสรุปที่เป็นนามธรรมที่ผมได้เรียนรู้จากการดูฟุตบอลคือ บ่อยครั้งผลแพ้ชนะ และผลสุดท้ายของการแข่งขันเกิดจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในเกมเสมอ และมันก็เป็นจริงเช่นนั้นในชีวิตคนเรา อย่างดีที่สุดที่จะทำได้คือ เรียนรู้จากมันเพื่อเอาไปเป็นบทเรียนในคราวหน้า

ส่วนข้อสรุปที่เป็นรูปธรรมคือ กรรมการที่มีหน้าที่รับผิดชอบความเป็นธรรมของเกม และทำให้เกมเป็นไปตามกติกา ทว่าตลอดเวลา 20 ปีที่ดูฟุตบอลมา ประสบการณ์มันบอกผมว่า อย่าไปหวังอะไรจากเค้ามากนัก หากอยากได้ความเป็นธรรมในเกม ควรใช้วิธีอื่นได้แล้ว ผมไม่อยากไปบ่นด่ากรรมการอีกแล้ว เพราะมันเหมือนการที่เราโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเดินไปเขย่าต้นมะพร้าวแล้วตะโกนว่า "ทำไมมิงไม่ออกลูกเป็นส้มวะ"

 

 แมวเซาเอง

edit @ 11 Aug 2010 07:49:31 by ss-ck

Comment

Comment:

Tweet

สุดท้ายก้อ...อยู่กับปัจจุบัน อดีตเป็นได้แค่บทเรียนและความทรงจำ (ถึงแม้เราจะไม่อยากจำก้อตาม)confused smile

#2 By เอ๋ (222.123.58.20) on 2010-06-29 19:01

คล้ายๆกับตอนที่เอ๋กะพี่ช้างพูดกันตอนดูหุ้นว่า "ถ้าตอนนั้นเราซื้อไว้นะ โหยยย กำไรบานแล้ว" หรือ "ถ้าตอนนั้นเราขายไปนะ คงไม่ต้องมานั่งรอมันขึ้นไปใหม่หรอก"

#1 By เอ๋ (222.123.58.20) on 2010-06-29 18:59