เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาผมไปเที่ยว Albury มันเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่มาก อยู่ตะวันออกเฉียงเหนือของเมลเบิร์นประมาณสี่ชั่วโมงรถไฟ อากาศที่เมืองนี้อุ่นกว่าเมลเบิร์น คงเพราะใกล้เส้นศูนย์สูตรมากกว่า 
อากาศอุ่น ๆ ทำให้เราเบิกบานได้ง่าย ๆ

ไฮไลต์ของผมในเที่ยวเดินทางนี้คือการไปดูพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น
ตัวอาคารไม่ใช่ตึกที่สร้างขึ้นมาใหม่หรือสวยหรูอะไร มันเป็นบ้านแบบตึกแถวที่สร้างไว้แต่สมัยก่อน แล้วดัดแปลงมาใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ ...น่าสนใจ... เท่าที่ผ่านมาผมเคยแต่เดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ประเภทอลังการงานสร้าง นี่จะเป็นครั้งแรกของผมกับพิพิธภัณฑ์ที่ให้ความรู้สึกแบบบ้าน ๆ

Steve เป็นสามีของเพื่อนคนไทยที่เราไปพักด้วย เค้าเกิดและเติบโตที่นี่ และในเมื่อวันนี้ Steve เป็นคนพาเที่ยว ผมคงต้องขออนุญาตเรียกเค้าว่าไกด์จำเป็น

เดินดูเครื่องไม้เครื่องมือโน่นนี่ ซึ่งก็มีตั้งแต่ ข้าวของเครื่องใช้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ดูดิบ ๆ คือ ทำให้พอใช้ได้ตามวัตถุประสงค์ ไปจนถึงบ้านจริง ๆ ทั้งหลัง ที่ต้นตระกูลชาวออสซี่เค้าอพยพมา พื้นบ้านรุ่นบุกเบิกยังเป็นดินเหมือนบ้านชาวเขาไทย 
Steve บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับเมืองและข้าวของต่าง ๆ ในพิพิธภัณฑ์อย่างลื่นไหล
นั่นทำให้ผมรู้สึกไปเลยว่า ถ้าวันนี้ไม่มี Steve มาด้วย คุณค่าของการเดินชมพิพิธภัณฑ์ครั้งนี้คงหดสั้น และไม่ต่างอะไรกับการเดิมชมคอเลกชั่นในร้านขายของเก่าที่ผมไม่มีวันรู้ (และปกติแล้วไม่สนใจที่จะรู้) เลยว่า พวกมันคืออะไร มีความเป็นมายังไง 

ความรอบรู้ในสิ่งละอันพันละน้อยของ Steve ทำให้ผมทึ่งแกมอิจฉาว่าทำไมผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับ Thailand ของผมแบบนี้บ้าง ความรู้อันจำกัดจำเขี่ยของผมเกี่ยวกับท้องถิ่นและประวัติประเทศไทย ทำให้ผมอดถามตัวเองไม่ได้ว่า "นี่กูเป็นคนไทยรึเปล่า ?"
ด้านหลังของที่นี่เป็นลานกว้างและมีโรงเก็บเครื่องมือการเกษตร รถไถ รถลากที่ใช้วัว ใช้ม้า เครื่องตัดขนแกะ และเครื่องมือการเกษตรหลายอย่างยังคงเก็บอยู่ในสภาพ ณ วันสุดท้ายที่มันทำงาน ในนั้นมีรถแทรกเตอร์เก่าขนาดใหญ่ Steve เล่าว่าเคยมีนักสะสมชาวอังกฤษมาเสนอซื้อในราคาสองล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย แต่ถูกระงับโดยรัฐบาลของที่นี่ โดยให้เหตุผลว่ามันเป็นสมบัติของชาติ ไม่ได้มีไว้ซื้อขาย ...รถแทรกเตอร์เก่าก็ไม่ขาย อืม! น่าสนใจมาก เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศบ้านเกิดของผมในระยะหลังมานี้

ซักพัก Steve พาเราเดินมาหยุดที่รถลากขนาดใหญ่คันหนึ่ง รูปทรงคล้าย ๆ รถม้าลากมีหลังคาคลุมแบบที่เห็นบ่อย ๆ ในหนังคาวบอย
Steve บอกกับเราว่ารถลากคันนี้คือรถของคุณปู่เค้าเอง มันเดินทางมาแล้วทั่วออสเตรเลีย ถ้านับระยะทางก็คงเป็นแสนกิโลเมตร Steve เล่าต่อว่าตอนเด็ก ๆ เค้ายังเคยขึ้นไปเล่นบนรถลากคันนี้ ก่อนที่ต่อมาพ่อเค้าจะบริจาคมันให้กับพิพิธภัณฑ์
ผมไม่ได้คิดไปเอง แต่แววตาของ Steve ที่มองรถลากนั้นเป็นแววตาของความภาคภูมิใจ และความผูกพัน
ก่อนจะเดินออกจากพิพิธภัณฑ์ พวกเราเดินผ่านกลุ่มคุณตาคุณยายที่นั่งจิบชากาแฟ พวกแกถามไถ่ว่าเป็นไงบ้าง enjoy มั้ย จากนั้น คุณตาคนหนึ่งก็เล่าสั้น ๆ ว่าแกอพยพมาจากฮอลแลนด์มาตั้งรกรากที่นี่ และอาศัยตึกนี้เป็นบ้านตั้งแต่สมัยยังหนุ่ม นานก่อนที่จะดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์อย่างที่เห็นอยู่ตอนนี้

สิ่งที่เกิดขึ้นคล้าย ๆ กับ Steve คือ ในน้ำเสียงของคุณตาบ่งบอกถึงความภาคภูมิ และผูกพันอย่างลึกซึ้ง

ขณะนั้น ความคิดและความรู้สึกที่แทงทะลุเข้ามาในผิวสมองของผมอย่างเฉียบพลัน คือ 
คุณค่าของประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ หรือสิ่งของของท้องถิ่นใด หรือชาติไหน มันก็เหมือน ผู้คนและข้าวของที่วางเรียงรายอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
หากคนที่มองดูมันไม่ได้มีความผูกพัน ไม่ได้รู้หัวนอนปลายเท้าว่าแต่ละสิ่งแต่ละอันคืออะไร มีความเป็นมายังไง เวลานั้น การใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้ก็คงไม่ต่างอะไรกับการท่องไปในร้านขายของเก่าขนาดใหญ่ในมิติแบนราบที่เราไม่รับรู้อะไรเลยเกี่ยวกับมันนอกเหนือไปจากมูลค่าในรูปตัวเงิน

Comment

Comment:

Tweet